เสริมระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย
ในช่วงนี้รอบตัวของเราต่างมีอันตรายต่าง ๆ มากมายทั้งที่เราสามารถมองเห็นได้อย่างควันจากรถยนต์หรือมลภาวะทางอากาศ รวมถึงสิ่งที่มองไม่เห็นอย่างไวรัสและเชื้อแบคทีเรียที่ล้วนเป็นอันตรายต่อร่างกายของเราอย่างมาก แต่ว่าร่างกายของเรานั้นมีระบบที่จะคอยช่วยจัดการกับสิ่งรอบตัวที่อันตรายเหล่านี้ นั่นก็คือ “ระบบภูมิคุ้มกัน (Immune system)” นั่นเอง แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของเรายังแข็งแรงพร้อมที่จะดูแลร่างกาย และควรทำอย่างไรเพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงพร้อมที่จะปกป้องเราจากสิ่งต่าง ๆ รอบตัว
ไขความลับเกี่ยวกับ ระบบภูมิคุ้มกัน
ระบบภูมิคุ้มกัน คือ ระบบที่จะช่วยทำหน้าที่ป้องกันและกำจัดอันตรายจากสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือสารพิษ ที่สามารถก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายและระบบต่าง ๆ อีกทั้งยังมีหน้าที่ตรวจสอบและตอบสนองต่อการติดเชื้อเพื่อให้ร่างกายสามารถทำงานได้ตามปกติ
แต่ระบบภูมิคุ้มกันของเราก็มีบางครั้งที่ไม่ได้แข็งแรงพอที่จะต่อต้านกับสิ่งแปลกปลอม และเมื่อระบบภูมิคุ้มกันของเราไม่สามารถทำงานได้เป็นปกติหรือภูมิคุ้มกันต่ำลง ร่างกายของเราก็จะมีการแสดงอาการต่าง ๆ เพื่อเป็นการแสดงให้เรารู้ว่าภูมิคุ้มกันตก ซึ่งเราสามารถเช็คอาการต่าง ๆ ได้ ดังนี้
ป่วยบ่อยและป่วยนาน เพราะโดยปกติแล้วในคนสุขภาพดีอาจจะมีการป่วยเล็กน้อยหรือประมาณ 2 – 3 ครั้งต่อปี และสามารถดีขึ้นได้เองในเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ ดังนั้นหากเรามีอาการป่วยที่บ่อยและเรื้อรังอาจจะแสดงให้เห็นว่าระบบภูมิคุ้มกันของเราเริ่มอ่อนแอลงและพยายามที่จะต่อสู้กับเชื้อต่าง ๆ ในร่างกายนั่นเอง
มีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร เช่น อาเจียน ท้องเสีย แน่นท้อง หรือท้องผูก เป็นต้น ล้วนเป็นอาการที่แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงต่อการมีระดับภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลง เพราะระบบย่อยอาหารของเราจะเต็มไปด้วยแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อภูมิคุ้มกันของเรา แต่เมื่อหากระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงก็จะทำให้เชื้อต่าง ๆ ที่มาพร้อมกับอาหารก็จะสามารเข้าสู่ร่างกายและก่อให้เกิดการติดเชื้อพร้อมกับอาการทางระบบย่อยอาหารต่าง ๆ
มีภาวะเครียดสูงและเรื้อรัง เพราะภาวะเครียดนั้นจะส่งผลโดยตรงต่อระบบภูมิคุ้มกันอย่างชัดเจน เพราะภาวะเครียดจะส่งผลให้ระดับเม็ดเลือดขาวในร่างกายลดลง ทำให้การป้องกันหรือการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้แย่ลง ซึ่งก็ได้มีการศึกษาพบความสัมพันธ์ระหว่างความเครียดจากกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การสอบ การทำงาน เป็นต้น กับความแข็งแรงของระบบภูมิคุ้มกันที่ลดลง
ตอนนี้เราก็รู้แล้วว่าเมื่อไหร่ที่ภูมิคุ้มกันของเราเริ่มตกลง ทำให้เราสามารถเตรียมตัวให้พร้อมกับการดูแลสุขภาพเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงเหมือนเดิม แต่เราจะสามารถเพิ่มความแข็งแรงขอระบบภูมิคุ้มกันได้อย่างไรกัน
หนึ่งในวิธีเพิ่มความแข็งแรงของระบบภูมิคุ้มกัน
คือ การเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ
ระบบภูมิคุ้มกันจะทำงานได้ดีเมื่อร่างกายได้รับสารอาหารที่เพียงพอและยังรวมถึงการออกกำลังกายเป็นประจำ
ก็จะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงได้อีกด้วย
สารอาหารที่มีบทบาทในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันนั้นมีหลายชนิด
ทำงานควบคู่กันอย่างเป็นระบบ และสารอาหารเหล่านี้สามารถหาเพื่อรับประทานได้จากแหล่งอาหารทั่วไป
หากเราเลือกรับประทานอาหารอย่างหลากหลายในปริมาณที่เหมาะสมก็จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันได้ไม่ยาก
1.วิตามินดี (vitamin D) วิตามินที่ดีและถูกมองข้ามไป
วิตามินดี
จัดว่าเป็นวิตามินที่เพิ่งได้รับการค้นพบว่ามีบทบาทต่อระบบภูมิคุ้มกัน
โดยพบว่าการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันหลาย ๆ กลไกนั้น
จะได้รับการกระตุ้นจากวิตามินดี เช่น
ระบบการทำงานของภูมิคุ้มกันจะเป็นไปได้อย่างปกติหากมีวิตามินดีเพียงในร่างกาย
รวมถึงการมีระดับวิตามินดีในร่างกายที่เพียงพอนี้ ยังช่วยลดโอกาสการติดเชื้อลงได้อีกด้วย
นอกจากนี้ยังค้นพบว่าหากวิตามินดีในร่างกายมีระดับลดน้อยลง
ก็จะมีส่วนในการเกิดปัญหาภูมิคุ้มกันต้านทานเนื้อเยื่อตนเอง (Autoimmune) มากขึ้นได้อีกด้วย
ซึ่งนับว่าเป็นการค้นพบบทบาทที่สำคัญของวิตามินดี
นอกเหนือจากบทบาทในการช่วยในการดูดซึมแคลเซียมอย่างที่พวกเราทราบกันดีอีกด้วย
โดยวัยทำงานต้องการวิตามินดีประมาณ 600 IU ต่อวัน
จากข้อมูลการศึกษาในปี 2011 ของ Chailurkit
L.O. และคณะพบว่า คนไทยร้อยละ 45.2
ประสบปัญหามีระดับของวิตามินดีในเลือดต่ำกว่าเกณฑ์คือน้อยกว่า 30 นาโนกรัมต่อเลือด
100 มิลลิลิตร โดยประชากรที่ประสบปัญหานี้ส่วนใหญ่จะเป็นในกลุ่มผู้หญิง
และผู้ที่อาศัยในเขตเมืองมากกว่า
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น